สัมมัปปธานสังยุต

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ หน้า ๒๖๓ 
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑
สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค
. สัมมัปปธานสังยุต
ว่าด้วยสัมมัปปธาน ๔

[๑๐๙๐] สาวัตถีนิทาน

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายแล้วตรัสว่า

“ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สัมมัปปธาน ๔ เหล่านี้

สัมมัปปธาน ๔ เป็นไฉน

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้

(๑) เพื่อไม่ให้บาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หนึ่ง

() เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว หนึ่ง

() เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หนึ่ง

() เพื่อความตั้งอยู่ เพื่อความไม่เลือนหาย เพื่อความมียิ่งๆขึ้นไป เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์ แห่งกุศลธรรมที่บังเกิดขึ้นแล้ว หนึ่ง

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย สัมมัปปธาน ๔ เหล่านี้แล

[๑๐๙๑] ดูกร ภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเจริญสัมมัปปธาน ๔ กระทำให้มากซึ่งสัมมัปปธาน ๔ ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน

[๑๐๙๒] ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเจริญสัมมัปปธาน ๔ กระทำให้มาก ซึ่งสัมมัปปธาน ๔ อย่างไรเล่า ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมยังฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้ ตั้งจิตไว้

เพื่อไม่ให้บาปอกุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หนึ่ง

เพื่อละบาปอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว หนึ่ง

เพื่อให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น หนึ่ง

เพื่อความไม่เลือนหาย เพื่อความมียิ่งๆขึ้นไป เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความบริบูรณ์ แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว หนึ่ง

ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจริญสัมมัปปธาน ๔ กระทำให้มากซึ่งสัมมัปปธาน ๔ อย่างนี้แล ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน”

จบ
Advertisements